วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

จบชีวิตตัวเอง

มได้อ่านข่าวเกี่ยวกับอดีตนายตำรวจอายุ 77 ปี ผู้ปลิดชีพตัวเองเมื่อเช้าวันนี้ (27 มีนาคม 2567)

ภาพจากเดลินิวส์ - ขอขอบคุณ

ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหายของผู้ตายมาด้วย ณ ที่นี้

ผู้ตายได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ว่า "กระผมยิงตัวตายเอง เพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ เสร็จคดีขอมอบอาวุธปืนของกลางให้ พงส. ผู้ทำคดีนี้ หมายเหตุ กระผมทำด้วยตนเอง"   ขอหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมา เพื่อคารวะยกย่องในการตัดสินใจของท่านอดีตนายตำรวจผู้ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อให้พ้นจากความทุกข์ยากของตนเองและผู้อื่น หลังจากใช้ชีวิตแบบได้กำไรมาจนถึงวัย 77 ปีเมื่อถูกรุมเร้าด้วยโรคาพยาธิทั้งปวง...  

สำหรับผมแล้วก็คิดเช่นเดียวกัน กล่าวคือวันใดที่มีสภาพร่างกายช่วยตนเองไม่ได้ ต้องนอนให้คนอื่นเทอุจจาระปัสสาวะให้แล้วละก็ การจบชีวิตจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของผม ด้วยเหตุนี้จึงมีเพื่อน ๆ บางคนได้ยินผมพูดถึงเรื่องเดินทางไปภูเขาไฟในอินโดนีเซียหรือนิวซีแลนด์ (คนที่เข้าใจความคิดของผมได้ดีที่สุดคือ Deja ผู้ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเมื่อปลายปีที่แล้ว)...

 

ผมเองคงไม่มีปืน (ในชีวิตเคยยิงปืน 3 นัดด้วยปืนเล็กยาวแบบบรรจุเองที่สนามยิงปืนหนองฮ่อตอนเรียน ร.ด. ปีสุดท้าย) จึงคิดว่าการเดินทางแบบ trekking ถ่อสังขารไปในดินแดนไกลโพ้นจนถึงชายขอบทะเลหรือใกล้ปล่องภูเขาไฟ มันน่าจะให้ความสุขในช่วงสุดท้ายได้มากกว่าการใช้ปืนเป็นแน่แท้

  

ทะเลสาบโตบา - ภาพจากวิกิพีเดีย (ขอขอบคุณ)

ที่ว่ากันว่าปีนี้ 2567 จะมีการตายเกิดขึ้นค่อนข้างมาก เห็นท่าจะจริง ดูข่าวที่ลงให้อ่านอย่างต่อเนื่องสิครับ อย่างเช่นเมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมาท่านเจ้าอาวาสของวัดแห่งหนึ่งก็มรณภาพจากไปอย่างสงบด้วยสิริอายุ 91 ปี ทิ้งเงินเก็บไว้มากมาย...

"Countdown กันได้แล้ว...เรา" ผมบอกตัวเองอยู่เสมอ!

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2567

พร้อมแล้วจ้า...

มดู AQI (ดัชนีคุณภาพอากาศ) แบบเรียลไทม์จากรายงานของสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง...
 
 
อยากรู้จังว่าชีวิตตาแก่คนนึงเช่นผมจะมีโอกาสได้อยู่กับธรรมชาติอันมีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ มีท้องฟ้าสดใสให้แหงนหน้าถ่ายภาพ มีต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้นานาพันธุ์ให้ทัศนา ไปทางใดก็เห็นแต่รอยยิ้มเปี่ยมเมตตาและดวงตาใสซื่อของผู้คนรอบกาย...ได้อีกนานแค่ไหน????  ฤาว่าใกล้วาระที่ธรรมชาติลงโทษพวกเราแล้ว?
 

คิดถึงภาพรถตู้ของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งวิ่งมารับศพผู้บริจาคกลับไปเป็นอาจารย์ใหญ่... ผมอยากเป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่จะนอนไปบนนั้น อย่างไร้ทุกข์ ไร้ความเจ็บปวด หมดซึ่งความเป็นห่วงหวงแหนในสมบัติพัสถานใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งปวง...
 
 
มาเถอะครับ มาไว ๆ ผมทำใจพร้อมแล้ว!!

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567

ขอแสดงความเสียใจ...

มื่อวานนี้ผมได้รับข่าวเรื่องรถยนต์คนเมาขับชนขบวนนักปั่นจักรยานออกกำลังกายยามเช้าและทำให้นักปั่นเสียชีวิต ๒ คน....ด้วยความหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง


ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ คนหนึ่งเป็นชายอายุ ๖๑ ปี อีกคนหนึ่งเป็นหญิงอายุ ๕๙ ปี เช้านี้ผมได้เห็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแล้วยิ่งรู้สึกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง!

ภาพจาก thairath online - ขอขอบคุณ

ผู้เสียชีวิตออกจากบ้าน จากลูกจากเมียเพื่อปั่นจักรยานออกกำลังกับเพื่อนนักปั่นด้วยกัน สวมหมวกกันน็อคและสวมเสื้อผ้าสีสดเห็นได้ชัดเจน วิ่งอยู่ในเลนซ้ายสุดตามกันมา จะมีใครคิดว่าอยู่ ๆ จะมีคนเมาขับรถเก๋งเข้ามาชน...



ภาพที่เห็นคงเป็นวินาทีสุดท้ายที่นักปั่นจักรยานรู้ตัว ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ครับกับชีวิตที่สูญเสียไปเพราะความเลวร้ายในประเทศซึ่งมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างพอเพียง กี่ครั้งแล้วที่นักปั่นท่องโลกต้องมาเสียชีวิตบนท้องถนนประเทศไทย  เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕  นักปั่นจักรยานทัวร์ริ่งชื่อดังของไทย ก็ถูกรถสิบล้อเฉี่ยวชนเสียชีวิตที่นครราชสีมา


เพื่อน ๆ ที่รัก....หากปั่นจักรยานบนท้องถนนหลวงเมืองไทย กรุณาระมัดระวังอย่างสูงสุดด้วยนะครับ พยายามหลีกเลี่ยงทางหลวงซึ่งอันตราย ใช้เส้นทางชนบทที่มีรถราไม่มากจะดีกว่า แล้วเลือกเวลาที่ปลอดภัยด้วยนะครับ...


การจากไปโดยมิได้เตรียมใจไว้ก่อนเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ข้างหลัง ผมเสียใจด้วยจริง ๆ ตรับ... 

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

วัดศรีชุมในวันที่เรายังมิได้นับถอยหลัง

ล็อก countdown ของผมมักพูดเรื่องความตายเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้เขียนกำลังนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายอยู่ทุกขณะจิต!

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ผมได้รับข้อความแจ้งว่า "วีระเดชเสียแล้ว เมื่อเช้าที่ 24 พ.ย. มอบร่างให้ ร พ สวนดอก" ทุกวันนี้คิดถึงเพื่อนคนนี้บ่อยครั้งเหลือเกิน...เตือนสติอยู่เสมอในเรื่องความตาย!

เริ่มนับถอยหลังแล้ว....ผมค้นเจอภาพเมื่อครั้งที่ Deja มาเยี่ยมที่บ้านปงแสนทองและเราได้ไปเที่ยวชมวัดศรีชุมด้วยกัน จึงขออนุญาตนำมาโพสต์ไว้ ณ บล็อก countdown แห่งนี้

 ภาพถ่ายด้วยกล้อง Olympus ตัวเล็ก ๆ อาจไม่คมชัด


 
 
 
 
 

 


 





โพสต์เก็บไว้ให้เพื่อนผู้ล่วงลับได้รับรู้ว่า "คิดถึง" ภาพเหล่านี้จะอยู่ใน cyber world ตลอดไป จนถึงวันที่ผู้ถ่ายภาพได้ตามไปดูด้วยกัน!

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

ความตายเจ้าขา

"ความตาย" มาเถอะ! มาเร็ว ๆ !  มาก่อนที่ผมจะต้องเผชิญความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และความยุ่งยากในการมีชีวิต...

ไม่กลัวความตายอีกต่อไป...อยู่มาจนถึงวัยนี้ก็ได้กอบโกยกำไรในชีวิตมาอย่างเกินคุ้มแล้ว ลูกหลานก็ไม่มี ห่วงในทรัพย์สมบัติก็ไม่มี ผมแค่หยุดหายใจแล้วจากไป มันจะมีอะไรอีกที่ต้องกังวล?

เคยปั่นจักรยานไปชลบุรี-บางแสน ตามถนนราดยางจากกรุงเทพฯ ในขณะที่บรรดานักปั่นจักรยานจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันนี้ยังไม่เคยคิดทำหรือมีโอกาสได้ทำ แล้วจะเอาอะไร? 

 
มีแค่หีบเพลงตัวเล็ก ๆ ก็สร้างความสุขให้กับตัวเองได้ ไม่ต้องมี 120-bass-accordion หรือเครื่องดนตรีราคาแพง...

ไม่ต้องการเครื่องเสียงดี ๆ มี Frequency Response ระดับสุดยอด... ผมต้องการฟังแค่เสียงลมและเสียงนกร้อง

ไม่ว่าจะโด่งดังแค่ไหน...ก็ไม่มีใครอยู่รอดสักคน

เมื่อเวลาผ่านไป เด็กตัวเล็กตัวน้อยที่เคยสอน ตอนนี้ก็เติบโตเป็นหนุ่มสาวกันหมดแล้ว...


เมื่อตายไป...โปรดอย่าได้เสียใจ ผมไม่ต้องการดอกไม้จันทน์หรือขบวนรอทำความเคารพใด ๆ ทั้งสิ้น....

ข้าพเจ้าได้รับสิ่งดี ๆ ที่พระเจ้าประทานให้เป็นพิเศษทุกสิ่งอย่าง ไม่หลงเหลืออะไรที่ต้องรอคอยอีกต่อไป...

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

 

 
วันก่อนปั่นจักรยานผ่านไปทางตลาดเทศบาล ๑ ผมได้พบกับขบวนแห่อาราธนาสรีระสังขารของพระราชธรรมาลังการ (จันทร์ กตปุญโญ) ด้วยขบวนแห่เพื่อนำไปตั้งบนเมรุปราสามด้วยขบวนแห่ เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง...

พระราชธรรมาลังการได้ละสังขารปลงธาตุขันธ์เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 04.29 น. ณ รพ.ศูนย์ลำปาง สิริอายุ 94 ปี พรรษา 75 


"เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป"... ตั้งแต่ไพร่ยันเจ้าไม่มีใครรอดพ้นแม้แต่คนเดียว!

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566

สานฝันให้เสร็จก่อนไม่ได้ทำ

อแสดงความเสียใจกับการจากไปของ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล (เจ้าของเพจสู้ดิวะ) ด้วยครับ คุณหมอเป็นคนดีเหลือเกิน ไม่น่าจะจากไปด้วยวัยเพียงแค่นี้เลย...
 
ภาพจาก dailynews.co.th - ขอขอบคุณ

ช่วงนี้มีข่าวคนดี ๆ เสียชีวิตบ่อยครั้ง Deja เพื่อนผู้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไว้ไม่น้อย ก็เพิ่งจะจากไปด้วยโรคหัวใจ!!

 
ผมเองก็พร้อมเสมอที่จะตามเพื่อนไปครับ!  Deja เป็นคนเดียวที่เข้าใจเป็นอย่างดีเมื่ออ่านเรื่องที่ผมเขียนบอกว่าอยากจะปิดฉากตัวเองที่ปล่องภูเขาไปในอินโดนีเซียหรือนิวซีแลนด์  อีกไม่นานผมก็จะตามไป แต่ตอนนี้เมื่อยังมีลมหายใจ ก็ขอสานฝันให้สำเร็จก่อนนะครับ ขอเร่งงานที่ค้างไว้ก่อนออกเดินทางทดสอบสหัสเดชครั้งที่ 4 
 
 
ทำการติดตั้งชั้นวางของในห้องครัว HBH โดยตั้งมั่นในนโยบายใช้ของที่พอหาได้ในบ้าน (บางอย่างถ้าจำเป็นต้องซื้อก็โอเค)  
 
ผมรู้สึกเบื่อตัวเองมาก ๆ ที่ทุกวันนี้ทำงาน DIY ไม่ค่อยไหว จับอะไรมันก็หลุดมือ หาน้อตหาสกรูก็ไม่เจอ วัสดุอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ทำก็หายไป เครื่องไม้เครื่องมือหาไม่เจอก็ปวดหัว เป็นเรื่องของสมองที่เสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด! ถ้า project HBH เสร็จ ...ผมก็ขอวางมือ แล้วหันมาอยู่อย่างสงบ
 
ชั้นวางของใช้ไม้อัดที่เหลืออยู่ เอามาตัดเป็นแผ่น หน้ากว้าง 7 นิ้วได้ 4 แผ่น ต้องซื้อเหล็กฉากจากร้าน DIY ห้างฉัตรมา 4 ชุด ส่วนน้อตและสกรูหาเอา ไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร! ไม่ต้องไส แค่ขัดกระดาษทรายเพื่อลบเสี้ยนก็พอ เดี๋ยวจะเอาสีน้ำมันกระป๋องเล็กที่มีอยู่มาทา...



ไม่ต้องให้ดีหรอก...ใช้งานอีกไม่กี่ปี ผมก็ไม่ได้ใช้แย้ว!

ฌาปนสถานห้างฉัตร

ปั่ นจักรยานไปขึ้นรถไฟที่สถานีห้างฉัตรทุกครั้ง...ผมต้องผ่านฌาปนสถานห้างฉัตร     ผมจะมองเข้าไป คิดถึงพี่ประสิทธิ์และเถ้ากระดูกซึ่งถูกกลบฝังไว...