วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฌาปนสถานห้างฉัตร

ปั่นจักรยานไปขึ้นรถไฟที่สถานีห้างฉัตรทุกครั้ง...ผมต้องผ่านฌาปนสถานห้างฉัตร
 
 
ผมจะมองเข้าไป คิดถึงพี่ประสิทธิ์และเถ้ากระดูกซึ่งถูกกลบฝังไว้โคนต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง ขอให้คุ้มครองน้องให้เดินทางปลอดภัยและกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ...
 
 
 

ก่อนหน้านั้น ตอนเผาพี่ชาย...เขาใช้เมรุซึ่งอยู่ในอาคารหลังใน (1)... 
 

 
 
ปล่องไฟกลมโผล่พ้นหลังคา...

 
ปัจจุบันนี้เค้าเปลี่ยนมาใช้เมรุและเตาเผาใหม่ (2) ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของถนน (R) ตรงมาจากประตูสุสาน (G) 
 
 


 




คงอีกหลายครั้งที่ผมต้องขี่จักรยานผ่านไปมา หวังว่าคงไม่ต้องฝากเถ้ากระดูกตัวเองไว้ ณ สุสานแห่งนี้

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Whatever Will Be, Will Be

วันนี้อยากให้เพื่อน ๆ ฟังเพลง Whatever Will Be, Will Be (Que Sera, Sera) ครับ... 
 
 
ท้องฟ้ามืดครึ้ม แผงโซล่าเซลล์บนดาดฟ้าผลิตพลังงานไฟฟ้าส่งกระแสได้แค่ 4.5 แอมป์... 
 

  
คิดถึงวันฟ้าดับ มันคงจะมืดกว่านี้ ระบบแสงสว่างบ้านห้างฉัตรคงต้องใช้ไฟสำรองที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ ก่อนหันไปหาตะเกียงและเทียนไขที่เตรียมไว้ ผมอยู่คนเดียวไม่ต้องกังวลครับ ไม่กลัว! ขอเพียงเตรียมพร้อมสำหรับทุกภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น คิดถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว คิดว่าถ้ายังอยู่ คงเป็นห่วงเค้ามากยิ่งกว่าตนเอง... 
 
  
 
หยาดน้ำค้างที่เห็นกำลังจะเหือดแห้งหายไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น (Whatever Will Be, Will Be) ปีหน้า 2569 น่าจะเกิดเหตุการณ์ที่มิได้คาดคิด...ทำให้ชีวิตเปลี่ยน!
 

 
ตาแก่บ้านห้างฉัตรเหนื่อยมามากพอแล้วครับ ขอหยุด...รอรับบทสุดท้ายในละครชีวิต!

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568

ภาระกิจสุดท้ายของผม

 
ทบทุกคืน หลังสามทุ่มผมจะพยายามข่มตาหลับให้ได้ แต่มักจะตื่นขึ้นมากลางดึกตอนตี 2 ตี 3 พร้อมกับความฝันซึ่งจำได้บ้างไม่ได้บ้าง! ก็ได้แต่นอนพิจารณาลมหายใจเข้าออกและใคร่ครวญถึงความตาย 
 
 
บรรดาญาติมิตร ครูบาอาจารย์ และผู้ที่รู้จักได้จากไปแล้วจนมิอาจนับจำนวน...เหลือแต่ความว่างเปล่าและโดดเดี่ยวให้กับตาแก่บ้านห้างฉัตร
 
 
ชีวิตทุกวันนี้เปรียบเหมือนจักรยานที่วิ่งไปตามเส้นทางปกคลุมด้วยหมอกหนาซึ่งแต่ก่อนล้อเคยหมุนเร็วจี๋ วิ่งผ่านธรรมชาติงดงามแม้จะต้องฝ่าพายุฝนเป็นครั้งคราว ถึงวันนี้กลับช้าลงจนแทบจะหยุดหมุน ณ จุดใดจุดหนึ่งซึ่งมิอาจคาดเดา...
 
 
อนิจฺจา วต สงฺขารา... สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ ตั้งต้นปี 2568 มาแล้ว ผมสังเกตเห็นความเสื่อมของร่างกายตนเองเด่นชัดขึ้น รู้สึกเหนื่อยอ่อน เมื่อยล้า แขนขาลีบลง ปวดฟันจนต้องไปหาหมอฟันที่โรงพยาบาล สายตาเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเกิดเบื่อหน่ายในกิจกรรมใด ๆ 
 

พูดถึงเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยและการดูแล...
 
 
 
ผมเคยทำมาหลายอย่าง ตั้งแต่เทกระโถน ใส่แพมเพริส ล้วงก้น ป้อนอาหารทางสายยาง ฯลฯ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมอยู่ในสภาพผู้ป่วยติดเตียงนอนใส่ท่อและสายระโยงระยาง งานที่เคยทำให้ผู้อื่น...ผมจะไม่ยอมให้ใครต้องลำบากทำกับผมเป็นอันขาด 

ภาพจาก pixabay.com - ขอขอบคุณ
 

อยู่มาจนชีวิตบั้นปลาย ทุกวันนี้ผมไม่สามารถบริจาคโลหิตได้อีก ไม่มีความรู้สมัยใหม่ที่จะให้ ไม่มีเงินทองช่วยใคร คิดว่าที่ผ่านมาได้ทำดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพพึงมี ทุกอย่างเป็นแค่ภาพเก่าในอดีต...

 วันนี้ค้นเจอจดหมายจากเพื่อนชาวนิวซีแลนด์ เขียนถึงผมเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2544  Grahm บอกผมว่า "If you wanted to come to NZ, I couldn't pay for your airfare, but I could definately give you a room to stay and feed you. I could give you a job in the store too ! One way or another I am confident we'll meet you again before too long.

จะ too long หรือไม่ too long มิอาจคาดได้ ผมรู้แต่ว่า...ยังมีภาระกิจชิ้นสำคัญก่อนปิดฉากสุดท้ายคือ ไปนิวซีแลนด์เพื่อนำเงินลงทุนที่เพื่อนส่งมาร่วมลงทุนร้านอาหารปลาเผาข้างบ้านปงแสนทองไปคืน (พร้อมอีกหนึ่งก้อนที่จะมอบให้เป็นมรดก) ถึงตอนนั้นผมไม่ต้องการตั้งรกรากหรือหาความสุขกับชีวิตต่างแดนแต่อย่างใด ไม่ต้องการทำงานหาเงินและไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น แค่อยากสัมผัสความร้อนจากภูเขาไฟ หรือไม่ก็ความหนาวเย็นของภูเขาน้ำแข็ง...

ภาพจาก science-howstuffworks.com - ขอขอบคุณ

และหลับตาลงได้โดยไม่เจ็บปวด!!

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

พินัยกรรมชีวิต

ผ่นดินไหวขนาดเมกะทรัสต์ (Megathrust earthquake) เริ่มมาแล้วครับ!!!
 
ภาพจากคลิปวิดีโอ TheGeoModels - ขอขอบคุณ
 
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า... 
แผ่นดินไหวแบบเมกะทรัสต์เกิดขึ้นที่ขอบแผ่นเปลือกโลกที่บรรจบกัน โดยแผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งถูกดันให้อยู่ใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง แผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวไปตามรอยเลื่อนที่ก่อให้เกิดรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกทั้งสองแผ่นดินไหวระหว่างแผ่นเปลือกโลก เหล่านี้ถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดของโลก โดยมีค่าโมเมนต์แมกนิจูด ( Mw) ที่อาจเกิน 9.0 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 เป็นต้นมา แผ่นดินไหวที่มีขนาด 9.0 หรือมากกว่าทั้งหมดล้วนเป็นแผ่นดินไหวแบบเมกะทรัสต์

ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ! หาได้กลัวหรือหวั่นวิตกใด ๆ กับภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ แต่นอนคิดว่าตัวเองยังมิได้จัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อนถึงเวลาต้องจากโลกนี้ไป เช้านี้ตาแก่บ้านห้างฉัตรมองภาพตัวเองในกระจกเงา บอกตัวเองว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว  

 
ค้นหาเอกสาร "หนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเมื่อสิ้นชีวิตแล้ว" ซึ่งทำไว้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2525... (43 ปีที่แล้ว) จนเจอ เพื่อให้แน่ใจว่าหลักฐานยังอยู่ครบถ้วน
 
 
ได้เอกสารแล้วก็สบายใจ เก็บใส่ซองไว้ดังเดิม นำบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายให้คณะแพทย์ศาสตร์มาปัดฝุ่นแล้วเก็บใส่กระเป๋าตังค์ไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายสุด ใครก็ตามที่พบศพผมจะได้ช่วยดำเนินการต่อ... 
 
 
 
ยังมีอีกอย่างนึงคือทำพินัยกรรมชีวิต โดยจะเขียนลงบนกระดาษด้วยลายมือตนเองว่า...
 "หากข้าพเจ้าใกล้ตาย โปรดกรุณาอย่าทำ CPR เมื่อตายแล้วกรุณาแจ้งให้คณะกายวิภาค โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ มารับศพไปเป็นอาจารย์ใหญ่โดยเร็วที่สุด ในกรณีที่สภาพร่างกายใช้ไม่ได้ ขอให้ทำการเผาโดยมิต้องทำพิธีใด ๆ เสร็จแล้วนำเถ้ากระดูกไปใส่โคนต้นไม้เพื่อเป็นปุ๋ยต่อไป" 

อย่างนี้ยังไม่เป็นทางการนะครับ ต้องเขียนเป็นหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขไว้อีกฉบับ

 
 

ที่ผมเขียนเองก็ใส่กระเป๋าตังค์เก็บคู่ไว้กับบัตร จะได้หมดห่วงก่อนถึงเวลาปั่นจักรยานเดินทางท่องไปในวันที่ฟ้าใส... 
 
 
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ห่วงใยและส่งใจถึงกันนะครับ...

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568

เศษซากแห่งความทรงจำในมัณฑะเลย์

วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗ เวลาประมาณตีสี่กว่า ๆ ผมมาถึงวัดมหามัยมุนี ทันได้เห็นพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี ...

วันนั้นนั่งอยู่ตรงนี้แหละ... 


ยังทันได้เก็บภาพจากจอ monitor ที่แขวนอยู่ข้างหน้า...

วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เกิดแผ่นดินไหวระดับ ๗.๗ ริกเตอร์...

ภาพข่าวจากอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

ตรงที่ผมเคยนั่งเมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ถูกถมทับด้วยซากสลักหักพัง...ในเวลาต่อมา

ภาพข่าวจากอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

ภาพข่าวจากอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

ภาพข่าวจากอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียของประเทศพม่า ความเสียหายนั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะบรรยาย คงอีกนานกว่าการฟื้นฟูจะกลับมาเหมือนเดิม ผมคงไม่มีโอกาสได้กลับมาเยือนอีกแล้วจริง ๆ...  


ตาแก่เมืองรถม้าเหลือเพียงเศษซากแห่งความทรงจำซึ่งจะคงอยู่จนกว่าสิ้นลม!

ฌาปนสถานห้างฉัตร

ปั่ นจักรยานไปขึ้นรถไฟที่สถานีห้างฉัตรทุกครั้ง...ผมต้องผ่านฌาปนสถานห้างฉัตร     ผมจะมองเข้าไป คิดถึงพี่ประสิทธิ์และเถ้ากระดูกซึ่งถูกกลบฝังไว...