วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

King of scurf

 

As of now, I will start writing countdown blogs regularly instead of posting on Facebook. No one is eager to read my imperfect English and learn boring stories, say I would.

I have felt uneasy catching up with commercial tags on my Facebook timeline and wanted to keep afar from the world cup football news. 

 

While being a young boy, I loved football and several sports, even more than cycling. I nearly broke my right ankle in the game without rules. I played unlimitedly until my whole body flooded with sweat and mixed dirt. 

Returning home exhausted and full of laziness, I went to bed without cleaning. The result made my body covered with scurf, and at Montfort College, my classmates called me เจ้าพญาขี้ไคล (King of scurf) or ไอ่ขี้ไคลเพอะ (Mr. Scurf)

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

คุณนิรันตระ พราหมณ์ทอง

ด้วยความอาลัย...ตาแก่เมืองรถม้าขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณนิรันตระ พราหมณ์ทอง นักปั่นจักรยานท่องโลกผู้มีชื่อเสียง


ด้วยวัยเพียง ๕๓ ปีเขาจะเป็นผู้แชร์ประสบการณ์ในการปั่นจักรยานทัวร์ริ่ง ได้มอบสิ่งที่ดีให้กับเด็กนักเรียนและผู้คนได้อีกนาน หากไม่โชคร้ายต้องมาโดนรถบรรทุกสิบล้อชนเสียชีวิตเสียก่อน...

ภาพข่าวในอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

การปั่นจักรยานท่องเมืองโคราชของเขาต้องมาสิ้นสุดลง ณ บริเวณถนนบายพาสทางเลี่ยงเมือง แยกถนนสุรนารี 2 ขามุ่งหน้าสามแยกปัก อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่  ๙ มิ.ย. ที่ผ่านมา คุณนิรันตระเป็นชาว อำเภอปรานบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ชื่นชอบการปั่นจักรยานท่องเที่ยว เขาไปมาแล้วมากมายหลายประเทศ รวมทั้งประเทศออสเตรีย ในภาพถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น Fort Hallszburg ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาของเมือง Salzburg 

ภาพข่าวในอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ  





นักปั่นจักรยานท่องโลก...ผมมั่นใจว่าเป็นคนดีมีน้ำใจแน่นอน
 

พร้อมกับจักรยานล้อ ๒๖ นิ้ว fully-loaded เขาไปได้ทุกแห่งหนที่หัวใจเรียกร้อง...

มีน้ำใจซื้อของแจกเด็ก ๆ

ถนนในเมืองไทยช่างอันตรายเสียจริง RIP นักปั่นจักรยานผู้กล้าหาญ อีกไม่นานผมจะตามคุณไป!

------------------------------------------------------------------------

ภาพนำมาจากข่าวในอินเทอร์เน็ต - ขอขอบคุณ

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

Ray Liotta : RIP

ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของ "เรย์ ลีอ็อตต้า" ดาราดังซึ่งเสียชีวิตด้วยวัยแค่เพียง ๖๗ ปี

ภาพข่าวจากอินเทอร์เน็ต - -ขอขอบคุณ

ผมได้ชมผลงานการแสดงของ เรย์ ลีอ็อตต้า ทั้งใน The place beyond the pines, Something Wild และ Goodfellas รู้สึกชื่นชอบครับ...

 ภาพ capature จากภาพยนต์ The place beyoun the pines

อนิจจาวตสังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงแท้ ตายไปแล้วก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้ แม้แต่โถส้วมทองคำ ผมอายุมากกว่าเรย์เกือบ ๕ ปีแต่ยังมีชีวิตอยู่ดูหนังเก่า ๆ ของเรย์ แค่นี้ก็เป็นกำไรชีวิตที่มากด้วยค่าแล้ว พักนี้ผมพยายามไม่รับข่าวสารจากสื่อที่ส่งผลเสียต่อจิตใจ แต่จะดูหนังและอ่านหนังสือมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการฟังธรรมจากคลิปใน YouTube

ใช้อาณาปานสติคอยเรียกคืนความสงบ ระงับความฟุ้งซ่าน ผมรู้สึกเครียดน้อยลง จิตใจผ่องใสขึ้น แม้ท้องฟ้าจะมืดมิด เกิดพายุ กลางวันกลายเป็นกลางคืน ส่งสัญญาณว่าภัยพิบัติกำลังจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน...

ภาพจาก YouTube - ขอขอบคุณ

สำหรับผม ความตายเข้ามาเถอะ ผมพร้อมแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

Friends, please get prepared!

เห็นเค้าบอกว่าการสลับขั้วแม่เหล็กโลก* (geomagnetic reversal) อาจเกิดขึ้นได้ในรุ่นของเรา..

ภาพจาก .thaiphysoc.org - nature.com ขอขอบคุณ


ขั้วสนามแม่เหล็กโลกมันขยับตัวเข้าใกล้ ๔๐ องศาเข้าไปทุกที ๆ แล้ว มันเคลื่อนตัวเร็วกว่าเดิมอย่างเป็นที่น่าสงสัยยิ่ง 
ในภาวะวิกฤตโควิด-19 และบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจเผด็จ...ผมไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ ให้ความสนใจกับเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดอีกมากน้อยแค่ไหน?  มีข่าวร้ายเกิดขึ้นทุกวี่วันบนโลกใบนี้ บางแห่งเกิดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ฤาว่าวาระแห่งการเปลี่่่่่่่ยนแปลงจะอยู่ไม่ไกลแล้ว!

ดูดิ...  ถนนเปลี่ยนเป็นคลองแบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

ภาพ capture จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ

น้ำท่วมในทะเลทรายจนอูฐแทบจะเอาชีวิตไม่รอด...

ภาพ capture จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ



เจ้าโควิด-19 ได้ระบายสีแดงเถือกลงบนแผนที่ประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศ มีเพียงลาว เวียดนาม และบรูไน ที่ยังดูไม่น่ากลัว ไทยเราก็ใกล้แดงเข้าไปทุกทีแล้ว!


ผมเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ร้าย แล้วเพื่อน ๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ?

-----------------------------------------------------

* เป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางของสนามแม่เหล็กโลกโดยที่มีการสลับขั้วกันระหว่างขั้วแม่เหล็กเหนือกับขั้วแม่เหล็กใต้ ปรกติเหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับการที่สนามแม่เหล็กโลกมีความเข้มข้นลดลง ตามด้วยการกลับคืนมาอย่างรวดเร็วหลังจากการสลับขั้วเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่หลายหมื่นปีไปจนหลายล้านปี (ที่มา - wikipedia)

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ปักหมุดบุโรพุธโธ

พักนี้ตาแก่เมืองรถม้าอ่านหนังสือเยอะหน่อยนะ มันไปไหนไม่ได้ครับ!...

 

นอกจากอีบุ๊คส์ใน Amazon แล้วยังซื้อหนังสือมือสองที่มีขายออนไลน์เป็นเล่ม ๆ ในราคาถูกมาอ่านด้วย อย่างเช่น...

 
อยากหาจุดเริ่มต้นเดินทางของตัวเอง ก็ต้องสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน มีเรื่องเกี่ยวกับบุโรพุทโธด้วย วิกิพีเดีย กล่าวว่า...
บุโรพุธโธ หรือ โบโรบูดูร์ (อินโดนีเซีย: Borobudur) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย บริเวณภาคกลางของเกาะชวา ตั้งอยู่ที่เมืองมาเกอลัง ห่างจากยกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว ๔๐ กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๑๒๙๓-๑๓๙๓ เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งถ้าไม่นับนครวัดในประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุธโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โบโรบูดูร์ - ภาพจากวิกิพีเดีย (ขอขอบคุณ)

ผมยังไม่มีโอกาสได้เห็นบุโรพุธโธ แต่ก็ปักหมุดไว้แล้วว่าการเดินทางครั้งสุดท้ายจะต้องไปเยือนให้ได้ อยากเห็นบรรยากาศเหนือจินตนาการอย่างที่หนังสือ "Between the lines of the rainbow" (ระหว่างเส้นรุ้งที่ยังตะแคง และเส้นแวงที่ยังตั้งฉาก  เขียนไว้ในหน้า ๔๐-๔๑ หัวข้อเรื่อง "อาทิตย์ชิดจันทร์ หนึ่งวันในบุโรพุธโธ" ว่าดังนี้...
พระจันทร์ค่อย ๆ กลืนหายจมไปในหมู่เมฆ แล้วจางลงไปในฟ้า ทันทีที่แสงชมพูแต้มเติมโลก และค่อย ๆ เพิ่มความสดเป็นสีแดง ไหลย้อนช้อนขึ้นมาจากพื้นดินข้างล่าง สู่ท้องฟ้าข้างบน ค่อย ๆ ทาบผ่าน ภูเขาไฟที่กำลังพ่นควันออกมาเป็นเครื่องหมายคำถาม จังหวะเดียวกันกับเสียงอุทานแสดงความตื่นเต้น หลายภาษาของนักสบตาพระอาทิตย์ ที่ตามขึ้นมาทีหลัง ก็ดังขึ้น...
ผมอยากสาธยายได้งดงามล้ำลึกอย่างที่ได้อ่าน แต่พอดีไม่มีศิลปะในการเขียน ในบล็อกท่องโลกของผมก็เลยว่ากันง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา อย่างเช่นเรื่องการปั่นจักรยานฝ่าความมืดไปนครวัด ว่าดังนี้...
ขี่จักรยานไปตามถนน อากาศเย็น มืด ถ้าไม่มีไฟฉายคุณบิมคงปั่นไม่ได้ - เชือกผูกรองเท้าข้างซ้ายเข้าไปพันกับบันได...รถเกือบล้ม - จอดเพื่อปลดเชือกออก -  ตุ๊ก ๆ มาจอดข้างหลังเพื่อให้ความช่วยเหลือ - บอกไม่เป็นไร - ผูกเชือกแล้วปั่นต่อ - ถึงที่ทำบัตรเลี้ยวรถเข้าไป - มีคนทักทาง good morning ๒-๓ คน ได้เวลาจำหน่ายบัตรพอดี (๕.๐๕ น.) - จอดจักรยานไว้ด้านหลัง - เข้ายืนต่อคิว - เตรียมแบ้งค์ $50 ไว้ - ค่อย ๆ ตามเข้าไป - เจ้าหน้าที่บอกให้ยืนหันไปทางขวาเพื่อถ่ายรูป - จ่ายเงินได้ตังค์ทอน $30 - เดินออกมาแล้วถึงนึกได้ว่ายังไม่ได้รับบัตร - ต้องกลับไปเอา...
 

ได้บัตรแล้ว... ผมก็เดินกลับมาที่จักรยาน  เจ้าหน้าที่ขอเช็คบัตรก่อนให้ปั่นออกไป มันมืดมาก...เค้าต้องใช้ไฟฉายส่องดู  โอเค!  ผมเดินทางต่อไปตามถนนมืดมิด โดยใช้ไฟฉายทั้งส่องทางข้างหน้าและใช้ส่งสัญญาณด้านหลัง ระหว่างทางมีรถตุ๊ก ๆ พานักท่องเที่ยวฝรั่งแซงผ่านไปหลายคัน ทุกคนมุ่งหน้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นครวัด ผมออกแรงปั่นไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตรก็เห็นคูน้ำอยู่ข้างหน้า เลี้ยวซ้ายแล้วปั่นต่ออีก ๘๐๐ เมตร เลี้ยวขวาตรงไปยังทางเข้านครวัด ผมปั่นจักรยานมาคนเดียวท่ามกลางความมืด ไม่มีใครบอกทาง จึงต้องหาคำตอบเอาข้างหน้าด้วยตนเอง! ต่างกับผู้ที่มาด้วยตุ๊ก ๆ
สิ่งหนึ่งซึ่งไม่ได้สำรวจไว้ก่อนคือที่จอดจักรยาน นำจักรยานไปที่ข้างบูธแห่งหนึ่ง ด้านหลังมีสนามหญ้า...ผมจับมันนอนพิงแล้วคล้องโซ่ล็อคไว้กับเสา เรียบร้อยแล้วก็เดินหาทางเข้า ความมืดทำให้ผมมองไม่รู้ทิศรู้ทาง ต้องดูว่านักท่องเที่ยวชุมนุมอยู่ตรงไหนแล้วตามเค้าไป

หากไม่มีวิบัติภัยแลไร้โควิด อีก ๓ ปีเจอกันที่บุโรพุธโธนะครับ

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เจ้าอามุย

นั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ฯ ที่บ้านห้างฉัตร... ผมใช้เวลาช่วงนึง ตั้งใจฟังเสียงรถวิ่งผ่านไปมาบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่ หรือเชียงใหม่-ลำปาง (อะไรก็ได้ตามที่อยากเรียก) เส้นทางที่เคยมีฝรั่งนักปั่นท่องโลกขี่จักรยานผ่านไปมาแทบไม่ว่างเว้นวัน!

ภาพนักปั่นจักรยานท่องโลก - นำมาจาก Instagram

เกือบปีมาแล้วซินะที่ไร้ร่างหญิงชายผู้ใช้ชีวิตบนอานจักรยานผ่านมาให้เห็น เจ้า Covid 19 เนี่ยช่างมีอิทธิพลเหลือร้ายจริง ๆ  มันทำให้เส้นสายการเดินทางของผู้คนต้องขาดสะบั้นลงอย่างไม่คาดคิดมาก่อน แล้วยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจะกลับมาต่อติดกันได้อีกเมื่อใด?

การนับถอยหลัง (countdown) ในการเดินทางครั้งสุดท้าย (final trip in 2024) ยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดยั้ง จนกว่าจะถึงเวลาฆ้องชัยถูกตีปล่อยตัวให้ผมกดเท้าปั่นจักรยานออกไปจากจุดเริ่มต้น ถึงตอนนั้นชายผู้มีวัฏจักรชีวิตหมุนผ่านเลยมา ๖ รอบแล้ว คงมิอาจมุ่งหวังว่าจะกลับมาเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้อีกเมือใด! 

 
วันนี้ค้นเจอภาพซึ่งถ่ายไว้ด้วยกล้องฟิล์ม ในวันที่ปั่นจักรยานกลับจากชลบุรีมาขออาศัยพักค้างคืนที่บ้านเพื่อนที่พระโขนง...
 
 
จักรยานที่ใช้ชื่อ "อามุย" ประกอบให้โดยร้านชัยธวัช อยู่ใกล้ประตูเชียงใหม่ 


จักรยานแบบเดียวกันมีทั้งหมด ๓ คัน คุณธวัช (เจ้าของร้านชัยธวัช) ประกอบให้ผมและเพื่อนพายัพอีก ๒  คน (โสฬสและนิทัศน์) เพื่อใช้ทำตามความฝันอันยิ่งใหญ่คือปั่นจักรยานท่องโลก ๔๐ ปีที่แล้วเรื่องของจักรยานยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาประกอบให้เป็นจักรยานทัวร์ริ่งคันละ ๓ พันบาทก็ได้อย่างแค่ที่เห็น
 
 
"เมืองกรุง" เมืองหลวงของทวยเทพ เมื่อ ๔ ทศวรรษที่แล้วยังไม่ใหญ่โตแลวุ่นวายสับสนเช่นวันนี้ ผมขี่จักรยานร่อนไปมาได้ ตั้งแต่หลังกระทรวง ผ่านวังบูรพา ท่าเรือคลองเตย พระโขนงโยงไปถึงชลบุรี-พัทยา...
 
 
 



ทุกวันนี้ได้อ่านเรืองจักรยานและดูในยูทูป ผมมิได้รู้สึกอิจฉาในอุปกรณ์อย่างดี การขับขี่ของขาแรง หรือการโอ้อวดใด ๆ ทั้งสิ้น รู้ว่าสิ่งที่ได้สัมผัสในอดีตนั้นเป็นยิ่งกว่าประสบการณ์ที่แสวงหาของคนรุ่นใหม่!

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คำถามจากลิงสามตัว

ขออภัยที่ต้องปล่อยวางเรื่องการเมือง วันนี้ผมไม่อยากได้ยินเสียงหรือเห็นภาพการยื้อยุดฉุดกระชากเข้าจับกุมผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เห็นแล้วความดันพุ่ง บางครั้งเครียดจนร่างกายออกอาการ ตอนนำถาดอาหารไปส่งพี่ชายที่ชั้น ๓ แค่ได้ยินเสียงก็ยังอดปี๊ดไม่ได้...

3 wise monkeys - ภาพจากวิกิพีเดีย (ขอขอบคุณ)

๑๔ ตุลา ปี ๑๖ ช่วงประมาณตอนนี้แหละที่ผมวิ่งอยู่กลางท้องสนามหลวง ท่ามกลางความวุ่นวายสับสน เสียงปืนที่ได้ยินมาจากด้านกรมประชาสัมพันธ์และภาพผู้หญิงคนหนึ่งล้มลง แม้ผ่านมาเกือบ ๕ ทศวรรษ ทุกวันนี้มันก็ยังไม่ถูกลบออกจากสมองอันเหนื่อยล้าของผม ผมไม่อยากพูดถึงมัน ไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นอีก 

ภาพเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา - ภาพจาก PANASIA / AFP

ต้องขอหลัก 3 wise monkeys เป็นที่พึง วิกิพีเดียกล่าวว่า...

The three wise monkeys are a Japanese pictorial maxim, embodying the proverbial principle "see no evil, hear no evil, speak no evil". The three monkeys are Mizaru, who sees no evil, covering his eyes; Kikazaru, who hears no evil, covering his ears; and Iwazaru, who speaks no evil, covering his mouth.

ไม่รับฟังข่าวสาร ไม่ฟังเพลง ผมนั่งอยู่เงียบ ๆ หน้าคอมพ์ฯ อ่านคุณบุ๊คส์ (ไม่อยากเรียกอี อิอิ) อย่างเพลิดเพลินและได้ความรู้.... 

ในหนังสือ "Every Inch of the Way; My Bike Ride Around the World" หน้า ๑๙ Tom Bruce เขียนไว้ว่า...

Halfway along the reservoir we met a German lady; at a guess she was in her seventies, riding a bike with far more gear attached than I had and almost as quickly. She was clearly incredibly fit and was soon telling us stories of places she had been. She didn’t have a home and lived on her bike, but it didn’t seem as though she was forced to do so; it was choice to live that way because she said she had money. On her bike rack, she carried a large tent and two sleeping bags to make it look like she had company every night for security. I pondered her lifestyle for a few hours after we left her and thought it must be very lonely. Although I was very much enjoying cycle touring, she was a permanent cyclist living in a bubble on her own, away from society and the ‘real’ world. I wondered what she had left behind. That lifestyle definitely wasn’t for me; I want a family and a career one day, and felt that it would be very difficult to return to normality after such a long time on the road. She probably never wanted to return though..
ไม่ว่าเมืองไทยจะดีขึ้นหรือแย่ลง ตาแก่เมืองรถม้าขอใช้ชีวิตแบบป้าเยอรมันคนนั้นได้หรือไม่?

 
ทัสซูเฮะจะพาตาแก่วัย ๗๐ ไปทิ้งไว้บนยอดเขาได้หรือเปล่า?

เป็นเรื่องที่น่าคิดและน่าหาคำตอบไม่น้อย!

ฌาปนสถานห้างฉัตร

ปั่ นจักรยานไปขึ้นรถไฟที่สถานีห้างฉัตรทุกครั้ง...ผมต้องผ่านฌาปนสถานห้างฉัตร     ผมจะมองเข้าไป คิดถึงพี่ประสิทธิ์และเถ้ากระดูกซึ่งถูกกลบฝังไว...